ทุกครั้งที่เราเห็นในรูปเขียนจีนโบราณหรือในหนังจีน พวกขุนนาง เขาจะถือสิ่ง ๆ หนึ่ง เหมือนเป็นแผ่นอะไรก็ไม่รู้ มันก็เลยทำให้เราสงสัยว่า เขาถืออะไรน่ะ ?

 

จากความสงสัยนี้ ทำให้เราได้ไปหามาว่า สิ่งที่เขาถือนั้น คืออะไร

คำตอบก็คือ......

ฮู่ปั่น (笏/笏板)หรือ โสวปั่น (手板)หรือ อวี้ปั่น(玉板)หรือ เฉาปั่น (朝板) เฮ่อ เรียกได้หลายอย่างจังแฮะ

เจ้าแผ่นนี้มีตั้งแต่เมื่อไหร่?

เจ้าอุปกรณ์ชนิดนี้ (ต่อไปขอเรียกว่าฮู่) มีบันทึกอยู่ในหลี่จี้ 《礼记》 ซึ่งเป็นตำราที่บันทึกและบรรยายระบบธรรมเนียมมารยาท คำอธิบายพิธี มารยาท รวมถึงบันทึกคำถามคำตอบระหว่างขงจื๊อกับศิษย์ บันทึกหลักของการปฎิบัติตัวให้เป็นคนดีมีคุณธรรม ประมาณนั้น ซึ่งได้รวบรวมพิธีกรรม มารยาทต่าง ๆ ตั้งแต่สมัยจ้านกว๋อถึงต้นราชวงศ์ฮั่นโน่นแน่ะ

ดังนั้นจากที่อยู่ในบันทึก ก็แสดงให้เห็นว่า ฮู่ มีใช้มาตั้งแต่สมัยจ้านกว๋อ หรือราชวงศ์โจวโน่นแล้ว ตอนนั้นพวกแคว้นต่าง ๆ ก็รบกันเอง (ประวัติศาสตร์ตอนนี้ ไม่ขอพูดถึงแล้วกัน มันยาว งงด้วย)

คือก็มีใช้มาเรื่อย ๆ (คิดว่านะ) มายกเลิกตอนราชวงศ์ชิงนี่แหละ เพราะพวกแมนจูไม่มีธรรมเนียมที่ต้องถือฮู่ บวกกับการแต่งกายด้วย คือเสื้อผ้าราชวงศ์ชิง แขนเสื้อจะเป็นแบบเกือกม้า (เขาใช้คำว่า 马蹄袖服饰 ก็ขอแปลตรง ๆ เลยแล้วกัน) เวลาเข้าเฝ้าก็เหมือนกับในหลังจีนที่เราเคยดูล่ะ ตีแขนเสื้อแล้วสะบัด คุกเข่า มือเลยไม่ว่างจะถือกระมัง แขนเสื้อที่ว่า ก็น่าจะเป็นแบบนี้ ตรงข้อมือน่ะ

(ขอโทษจริง ๆ คือจะหารูปที่มันเห็นแขนเสื้อตรงนั้น ๆ ชัด ๆ ไม่ได้ มีปัญญาแค่นี้ รูปที่ได้ก็เลย....เป็นเยี่ยงนี้)

อ่ะ ก่อนจะออกทะเลไปมากกว่านี้ เรามาดูหน้าที่ของเจ้า ฮู่ ว่ามันมีประโยชน์อย่างไร

 ฮู่ มีเป็นอุปกรณ์ของขุนนางน้อยใหญ่เมื่อเข้าวังใช้เหมือนกระดาษ คือไว้บันทึกคำสั่งหรือฎีกาของฮ่องเต้และจดสิ่งที่เราจะพูดหรือเสนอต่อฮ่องเต้ไว้กันลืมด้วย คือสรุปว่า เหมือนบันทึกกันลืมนั่นเอง เนื่องจากสมัยก่อนยังไม่มีกระดาษใช้ ขุนนางสมัยก่อนเลยต้องสลักลงไม้หรือวัสดุอื่นแทน เช่น หยก ไม้ไผ่ หรืองาช้าง แล้วแต่ระดับความไฮโซของตำแหน่งขุนนางนั้น 

ใน หลี่จี้ บท อวี้เจ่า บันทึกไว้ว่า "ฮ่องเต้ใช้ฮู่หยก พวกอ๋องเจ้าแคว้นใช้ฮู่งาช้าง ขุนนางใหญ่ใช้ฮู่ไม้ไผ่ประดับหนังปลาฉลาม ทหารใช้ฮู่ไม้ไผ่และประดับขอบฮู่ด้วยงาช้าง " (笏:天子以球玉;诸侯以象;大夫以鱼须文竹;士竹本,象可也。)

นอกจากฮู่จะใช้ประโยชน์ดังที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ฮู่ ยังมีประโยชน์อย่างหนึ่ง นั่นคือ ใช้เป็นการแสดงความนอบน้อมและเคารพของของขุนนางต่อหน้าฮ่องเต้ คือจะเอาฮู่บังหน้าไว้ คือไม่มองพระพักตร์ฮ่องเต้ตรง ๆ เหมือนของไทยล่ะมั้งที่สมัยก่อน เวลาเข้าเฝ้าจะไม่เงยหน้า

มาถึงราชวงศ์ถัง สมัยอู่เต๋อ 4ปีให้หลัง ได้มีการเริ่มใช้ฮู่ ในการแบ่งชั้นขุนนาง คือ ขุนนางขั้น 5 ขึ้นไปใช่ฮู่งาช้าง ขุนนางขั้น 6 ลงมาใช้ฮู่ไม้ไผ่ แม้แต่ลักษณะฮู่ก็ถูกกำหนดไว้ด้วย (มาถึงตรงนี้ขอบอกว่า แปลได้มั่วมาก ผิดพลาดขออภัยและน้อมรับคำชี้แนะทุกอย่างค่ะ) ฮู่ของขุนนางขั้น 3 ขึ้นไป ส่วนบนทื่อ ส่วนปลายตรง ขั้น 5 ขึ้นไป ส่วนบนทื่อ ส่วนล่างงอ ภายหลังเปลี่ยนเป็น ส่วนบนโค้งงอ ส่วนล่างเป็นเหลี่ยม (三品以上的笏,前拙后直,五品以上,前拙后屈,后又改为上圆下方)

สมัยราชวงศ์ถัง มีกฎอีกด้วยว่า ใครทำฮู่เบี้ยวงอ งดเบี้ยหวัดไปเลย 1 เดือน

สมัยราชวงศ์หมิง ได้กำหนดไว้ว่า ขุนนางขั้น 5 ขึ้นไปใช้ฮู่งาช้าง ขั้น 5 ลงมาไม่ต้องถือฮู่  แต่ว่า บางแหล่งบอกว่า ขุนนางขั้น 4 ใช้ฮู่งาช้าง ขั้น 5 ลงมาใช้ฮู่ไม้ ซึ่งอันนี้มีบันทึกไว้ด้วย (【正字通】明制,笏,四品以上用象牙,五品以下用木,以粉飾之。) ซึ่งก็งง ๆ เหมือนกันแฮะ

เรื่องราวของฮู่โดยสรุปก็เป็นเช่นนี้ นอกจากเรื่องฮู่แล้ว มีเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับฮู่อยู่เรื่องหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง เรื่องมันมีอยู่ว่า

สมัยโบราณมีกฎว่าขุนนาง 1 คนมีฮู่ได้ 1 อัน แต่ถ้าเป็นขุนนางที่งานชุกเสียเหลือเกิน ก็อนุญาตให้มีฮู่หลายอันได้ซึ่งถ้ามีหลายอันก็จะหอบกันไม่หวาดไม่ไหวกันใช่เปล่า ก็เลยต้องเตรียมถุงไว้ใส่ ภายหลังเรียกว่า "ฮู่หนัง" (笏囊) หนังคือ กระเป๋าหรือถุงนั่นเอง เพราะว่ามีเยอะ เลยต้องมีผู้ติดตามแบกเข้าวังไปด้วย ซึ่งเจ้าถุงนี่เพิ่งมามีภายหลังเพราะตามกฏของราชวงศ์ถังกำหนดไว้ว่า ข้าราชการทุกคนต้องเอาฮู่เสียบไว้ที่เข็มขัด จากนั้นก็ขี่ม้าเข้าวัง

แต่มีขุนนางคนหนึ่ง ชื่อ จางจิ่วหลิง เป็นเสนาบดี เขาแก่มากแล้วสุขภาพอ่อนแอ จะให้เอาฮู่เสียบไว้ที่เอว แถมให้ขี่ม้าเข้ามีอีก ก็ดูทุลักทุเลอยู่ ก็เลยปิ๊งไอเดียขึ้นมาว่าใช้ผู้ติดตามแบกเจ้าถุงฮู่

ใครเล่าจะไปนึกว่าจากการริเริ่มให้ผู้ติดตามแบกถุงฮู่เข้าวังของเขา ตอนหลังได้ฮิตในหมู่ขุนนาง แบบว่า เฮ้ย เก๋ดีว่ะ พวกขุนนางคนอื่นก็เริ่มทยอยทำบ้าง เพื่อแสดงให้เห็นว่า ข้าก็งานยุ่งเหมือนกันนะเฟ้ย พูดง่าย ๆ ให้ดูขยันมั้งฮ่า ๆๆ เจ้าพวกผู้ติดตามแบกถุงฮู่ในสมัยก่อน ก็เหมือนกับเลขาของพวกข้าราชการในปัจจุบันนั่นเอง (ที่เขาเรียกว่าเด็กถือกระเป๋าใช่เปล่า)

ปิดท้ายบทความนี้ด้วยภาพของฮู่ เผื่อใครนึกไม่ออก

เห็นที่เขาถือมั้ย นั่นแหละคือ ฮู่

ฮู่งาช้าง สมัยราชวงศ์หมิง

นี่ก็ฮู่งาช้าง

เออ สัยนี้เขาก็ยังใช้ฮู่กันอยู่นะ แต่เป็นในการประกอบพิธีของเต๋า

นอกจากเราจะเห็นฮู่ในจีนแล้ว เรายังเห็นฮู่ในวัฒธนธรรมญี่ปุ่นด้วยซึ่งเขาเรียกว่า しゃく (ไปอ่านเอาเองแล้วกัน ภาษาญี่ปุ่น ข้าพเจ้าหมดหนทางจริง ๆ)

และเราก็เห็นในวัฒนธรรมเกาหลีด้วย

 ตอนนี้ขอจบเรื่องฮู่ไว้เท่านี้แล้วเจ้าค่ะ

ข้อมูลประกอบการเขียน

www.baidu.com

http://zh.wikisource.org/zh-hans/Wikisource:%E9%A6%96%E9%A1%B5

สารคดีเรื่อง 《大明宫》

และอีกสารพัดเว็บ

ขอขอบพระคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ

ป.ล 1.กว่าจะทำเสร็จ เหนื่อยมาก ทั้งแปลทั้งหารูป(อันหลังเหนื่อยมาก เลือดตาแทบกระเด็น--เว่อร์ไปเนอะ)

       2.น้อมรับคำติชมทุกอย่าง และขออภัยในความผิดพลาดด้วย ถ้าผิดตรงไหนช่วยชี้แนะด้วยนะคะ

ระบายอารมณ์กับเรื่องนินทา

posted on 01 Aug 2010 14:12 by pageom-in-the-shadow

คนเราเนี่ย...ทำไมชอบนินทากันจังนะ

นินทากันอย่างสนุกปาก ระยะเผาขนก็หากลัวอันใดไม่

ต่อหน้าก็ทำเป็นดีแสนดี แต่ลับหลังนินทาเขาเสีย ๆ หาย ๆ ทั้งๆ ที่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรให้ตัวเองเดือดร้อนเลย

ส่วนคนที่ถูกนินทา เขากับคงคับแค้นใจล่ะเนอะ เขาเลยไม่ค่อยอยากจะอยู่ที่เดียวกับคน ๆ นั้นสักเท่าไหร่

หาเรื่องออกไปโน่นไปนี่

แล้วคนที่นินทาเขานี่ เคยสงสัยหรือเปล่าว่าทำไมเขาถึงห่างเหินกับเรา ไม่ดีเหมือนกับเราเหมือนแต่ก่อน

ก็แหงล่ะ ไปนินทาเขาลับหลังซะเสียหายขนาดนั้น จะให้มาทำดีเหมือนเดิมได้ไง มันเสียความรู้สึก เคยรู้ตัวบ้างมั้ย

ไอ้พวกที่ชอบนินทาเนี่ย เป็นพวกที่ขี้อิจฉาหรือเปล่า หรือยังไง ใครช่วยบอกที หรือไม่มีคนคุยด้วยเลยเอาเรื่องที่ควรจะเก็บไว้ ไปโพนทะนา สาวไส้ให้กากิน ไม่รู้กี่ขดต่อกี่ขด

ส่วนคนที่ถูกนินทา ถ้าใฝ่ธรรมะจริง ทำไมไม่คิดว่ามันก็แค่กาก ๆ ทำหูทวนลมไปซะ คิดซะว่าไม่ได้ยิน (เหมือนอย่างเรา ไม่ค่อยคิดอะไรมากมาย ใครนินทากรู กรูก็เฉย... ฮ่า ๆๆๆ) คนเราจะสงบได้ มันต้องสงบที่จิตใจ ต่อให้จิตใจมันไม่สงบ ต่อให้หนีไปสุดหล้าฟ้าเขียว มันก็คงหนีไม่พ้นหรอก หรือว่าในทางฟฏิบัติแล้ว มันทำยากหรือ ช่วยตอบที

 

观后感--Lolita&Wolfman

posted on 02 Jun 2010 14:40 by pageom-in-the-shadow

เมื่อวานดูหนังไป 2 เรื่อง เรื่องแรกที่ดูคือ โลลิต้า (ซื้อมานานแระ แต่ไม่ได้ดูซักที เมื่อวานไม่มีใครอยู่บ้าน เลยเอามาดูซะเลย ฮ่า ๆๆๆ) ระวัง มีสปอยล์เด้อ...

 

 

 

เอาเรื่องแรกก่อนแล้ว โลลิต้า เวอร์ชั่นที่ดูก็เป็นเวอร์ชั่น เจเรมี ไอร่อนแสดง ซึ่งเราไม่เคยอ่านหนังสือมาก่อน คือตลอดทั้งเรื่องที่เราดู เราอยากจะบอกว่า ยัยโลลิต้านี่แก่แดดน่าตบมาก แต่ก็นะ คุณศาสตราจารย์ก็ออกแนว "เด็กมันยั่ว เลยหลวมตัวไปหน่อย" (ไม่หน่อยล่ะ เยอะเลย)

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ที่โลลิต้าเป็นอย่างนี้ มันเป็นอาการปกติของเด็กมีปัญหาหรือเปล่า (ส่วนตัวคิดว่าใช่นะ) ด้วยช่องว่างระหว่างวัย ที่เป็นผู้ใหญ่กว่าของศ. มาเจอกับโลลิต้า ซึ่งก๋ากั่นซนเหลือเกิน (ดูไฮเปอร์ด้วย รำคาญชะมัด) มันก็เลยทำให้เห็นความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด แต่ที่ศ.แกชอบโลลิต้า คงเป็นเพราะรักแรกวัยเด็กของแกด้วยล่ะมั้ง  คือก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่า ในหนังสือ ศ.แกไปทำอะไรกับโลลิต้ามั่ง (แต่ดูในหนังก็ไม่มีฉากอย่างว่านะหรือมันตัดเหี้ยนไปแล้วหรือเปล่า กรรม) รุนแรงหรือเปล่า โลลิต้าถึงอยากหนีไปจากแก หรือเป็นธรรมชาติของเธอก็ไม่รู้นะ

เอาเป็นว่าดูเรื่องแล้วไม่อยากดูอีก ไม่ประทับใจเท่าที่ควร เต็ม 10 ให้ซัก4 พอ

เรื่องต่อมาดูเรื่อง มนุษย์หมาป่า ที่เบนิซิโอ เดล โทโร่ (ขอบคุณวิกิ สำหรับชื่อ จำไม่ได้จริง ๆ ให้ตายเถอะ ) เล่น

ครั้งแรกที่ดูหนังตัวอย่างเรื่องนี้ ก็ดูตื่นตาดี แต่พอมาเห็นตัวอย่างหนังที่ฉายในทีวีบ้านเรา รู้สึกแบบ "โห ทำไมมันโหดกว่าในยูทูบวะเนี่ย" ก็นึกอะไรไม่รู้นะ ก็บอกให้พ่อซื้อมาให้ดู เป็นวีซีดีนะ (ถ้าเป็นดีวีดี มันจะมีฉากเพิ่มเติมด้วย แพงมาก ขอรอลดแล้วกัน)  ซึ่งที่เราดูวีซีดีนี่ ไม่รู้ว่าเราหูตึงหรือแผ่นไม่ดี ทำไมเสียงคนพาย์มันเบ๊าเบา หรือในหนังมันพูดกระซิบกันอยู่แล้วก็ไม่รู้นะ 

น่าตาของพี่เบนิซิโอ ก็ดูกลัวอยู่แล้ว มาเป็นมนุษย์หมาป่าล่ะเหมาะเลย (ชมหรือด่าวะเนี่ย) แต่น่าตาเขาก็ดูน่าสงสารอยู่นะ  เรื่องนี้ดูได้เรื่อย ๆ นะ แต่สำหรับเราเวลากลายร่างเป็นน้องหมานี่ จะโหดไปไหน ตับเป็นตับ ไส้เป็นไส้ ขอแนะนำว่าอย่าดูตอนกินข้าวเด็ดขาด แต่คิดอีกแง่ เขาคงจะต้องการสื่อให้เห็นความแตกต่างระหว่างมนุษย์กับสัตว์ มันก็ทำให้เราเห็นนะว่าบางทีคนเรามันก็ต่างจากสัตว์ซักเท่าไหร่ ความจริงน่าจะแย่กว่าสัตว์เสียด้วยซ้ำ สัตว์มันทำไปตามสัญชาตญาณ แต่คนน่ะสิมีสติสัมปชัญญะแท้ ๆ มีความคิดความอ่าน ก็รู้ทั้งรู้ว่าผิด แต่ก็ยังทำ เพราะฉะนั้น เขาถึงบอกว่า จิตใจคนมันน่ากลัวกว่าทุกสิ่ง

มนุษย์หมาป่า สนุกดีนะ แต่โหดไปหน่อย เต็ม 10 ให้ 6.5 แล้วกัน

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะจ๊ะ

ป.ล ถ้าใส่ตรงแท็กว่า โลลิต้า นี่คนอาจจะเข้ามาดูเยอะแฮะ ฮ่า ๆๆๆ ล้อเล่น ๆ